บทความที่น่าสนใจ

บทที่ 11 ทะเลแหวก

46views

แรกๆ ช่วงเริ่ม ช่วงที่หน่วยงานภาครัฐเข้ามาส่งเสริมการท่องเที่ยวกระบี่เมื่อหลายสิบปีก่อนจำไม่ได้ว่าคนเลแถบนี้เรียก “ทะเลแหวก” ว่าอะไร แต่จำได้ว่ามีหลายคนไม่เห็นด้วยกับชื่อนี้ เมื่อเวลาผ่านไปชื่อทะเลแหวกที่ถูกนำมาใช้ก็ติดปากติดหู ติดตั้งแต่ชาวไทยไปถึงชาวต่างชาติ ถึงวันนี้คงเรียกอย่างอื่นไปไม่ได้แล้ว

ทำไมทะเลแหวกจึงกลายเป็นแหล่งท่องเที่ยวทางทะเลยอดนิยม? ตอบง่ายๆ สั้นๆ คือมันสวยไง สวยในที่นี้ไม่ได้หมายความว่าคิดไปเอง หากแต่ปรากฏการณ์น้ำลงจนเกิดเห็นสันทรายขาวนวลทอดตัวเชื่อมกันสามเกาะเป็นปรากฏการณ์ที่เกิดให้เห็นไม่มากนัก คนไปเยือนเมื่อเห็นแล้วก็หลงรัก หลงใหล ใครบางคนนอนซบทรายก่ายสายลมอยู่อย่างนั้นจนน้ำขึ้น บางคนไปซ้ำแล้วซ้ำเล่าราวไม่รู้จักเบื่อ ด้วยความงามเช่นนี้จึงเกิดเป็นสถานที่หนึ่งในการถูกจัดให้เป็นที่ศึกษางานและแสดงงานศิลปกรรมร่วมสมัยนานาชาติ Thailand Biennale, Krabi 2018 ของศิลปินผู้มากฝีมือจากหลายประเทศครับ
ลองเข้าไปดูข้อมูลเล็กๆ น้อยๆ ของทะเลแหวกกันหน่อย จากนั้นค่อยไปสรุป ที่ต้องสรุปเพราะทะเลแหวกที่เห็นว่างามอาจไม่ง่ายในหลายเรื่องครับ
ทะเลแหวกเป็นสถานที่ท่องเที่ยวยอดนิยมของเมืองกระบี่ อยู่ทางทิศใต้ของอ่าวพระนาง ห่างจากชายฝั่งประมาณ 8 กิโลเมตร ด้วยอยู่ไม่ไกลฝั่งจึงได้รับอิทธิพลจากลมมรสุมไม่มากเหมือนเกาะอื่นๆ ที่อยู่ไกลออกไป บริเวณรอบๆเกาะ (3เกาะ) อันเป็นจุดกำเนิดทะเลแหวกมีแนวปะการังหลากหลายชนิด น้ำทะเลใสสะอาดบริเวณนี้จึงเป็นแหล่งดำน้ำตื้นที่น่าสนใจไปโดยปริยาย ทั้งยังสามารถแวะมาเที่ยวชมเกือบตลอดปี
ทะเลแหวกเป็นปรากฏการณ์ที่เกิดจากอิทธิพลน้ำขึ้นน้ำลง ช่วงน้ำลงจะพบสันทรายทอดเชื่อมเกาะ 3 เกาะ คือเกาะทับ เกาะหม้อและเกาะไก่ โดยจะเกิดเฉพาะในวันก่อนและหลังวันขึ้น 15 ค่ำ ราว 5 วัน แนวสันทรายใต้น้ำที่ผุดขึ้นมาทำให้เกิดทัศนียภาพที่สวยงามแปลกตา ซึ่งมันถูกขนานนามว่า “ทะเลแหวก” และกลายเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่ได้รับความนิยมจากชาวไทยและชาวต่างประเทศ ประมาณว่าใครไม่มาเหยียบทะเลแหวกถือมาไม่ถึงทะเลกระบี่ ช่วงเวลาน้ำลงสามารถแกว่งเท้าไปบนทรายละมุนระหว่างเกาะได้โดยสะดวก
เกาะทับ–เกาะหม้อ สองเกาะนี้เป็นเกาะเล็กๆ ซึ่งจะเชื่อมถึงกันในช่วงน้ำทะเลลดลง ทำให้เห็นเป็นสันทรายขาวละเอียดชัดเจน และเมื่อน้ำทะเลลดลงถึงจุดต่ำสุดจะเห็นทะเลแหวกเห็นสันทรายเชื่อมสามเกาะเข้าหากัน
เกาะไก่ เป็นเกาะรูปร่างประหลาด ซึ่งกลายมาเป็นชื่อเกาะ (อันหลากหลาย) เนื่องจากชะง่อนผาที่ยื่นออกมาทางด้านใต้ ทำให้ผู้พบเห็นเกิดจินตนาการต่างกันเห็นและเรียกต่างกัน แต่ไม่ว่ามันจะเป็นนก เป็นไก่ เป็นด้ามขวาน เป็นอะไรก็แล้วแต่ มันคือหนึ่งในสามเกาะที่ทรงอิทธิพลต่อการเกิดปรากฎการณ์ความงามนั้น ซึ่งคงขาดเกาะใดเกาะหนึ่งไม่ได้
จากความงามตามที่เห็นในภาพจะพบว่าทะเลแหวกนั้นสวยจริง น่าสัมผัสจริง น่าอัศจรรย์จริง ซึ่งเห็นว่าเอื้อต่อการสร้างงานศิลปกรรมร่วมสมัยนานาชาติ Thailand Biennale, Krabi 2018 แต่ทั้งนี้ปัญหามันเกิดตรงที่เราจะนำงานศิลปกรรมไปจัดวางตรงไหน ขนาดของชิ้นงานจะบดบังทัศนียภาพทะเลแหวกที่มันงดงามถึงขีดสุดอยู่แล้วหรือไม่ ความกังวลใจเหล่านี้แปรเปลี่ยนมาเป็นการจับจ้องเฝ้ามอง แต่เชื่อว่าศิลปินผู้ซาบซึ้งในธรรมชาติคงไม่ปล่อยให้ไอเดียไปรบกวนธรรมชาติโดยเด็ดขาด เรื่องนี้คงต้องรอดูกันในเดือนพฤศจิกายนที่จะถึงนี้เพราะนอกจากทะเลแหวกจะท้าทายไอเดียทางด้านศิลปกรรมแล้ว การวางงานให้กลมกลึงกับสถานที่ยังเป็นความคิดอีกแขนงหนึ่งที่ศิลปินต้องจัดการให้ลงตัวครับ

Leave a Response

Font Resize
X