บทความที่น่าสนใจ

เปิดบ้านอาจารย์ศิลป์ พีระศรี

536views

Text: อุษาวดี ศรีทอง

การต้องเดินทางจากบ้านเกิดเมืองนอน เพื่อมาทำงานหรือศึกษาในต่างแดนเป็นระยะเวลานาน คงทำให้ใครหลายคนคิดถึงครอบครัวและคนที่ห่วงใย ยิ่งเมื่อคนคนนั้นกำลังอยู่ในช่วงวัยที่กำลังประสบความสำเร็จในหน้าที่การงานจากประเทศของตนด้วยแล้ว การเดินทางเพื่อมาแสวงหาสิ่งใหม่ในต่างแดนคงเป็นเรื่องท้าทายและยากต่อการตัดสินใจไม่น้อย แต่สถานการณ์ดังกล่าวกลับนำพาให้ คอร์ราโด เฟโรชี (Corrado Feroci) ประติมากรหนุ่มชาวอิตาลีที่กำลังมีชื่อเสียงโด่งดัง เลือกเดินทางมาแสวงหาประสบการณ์ใหม่ในสยามประเทศ ดินแดนที่แตกต่างทั้งภาษา ศาสนา วัฒนธรรม และวิถีชีวิตของผู้คน

คอร์ราโด เฟโรชี หรือ ศาสตราจารย์ศิลป์ พีระศรี คือบุคคลหนึ่งที่เลือกเดินทางเข้ามารับราชการในตำแหน่งช่างปั้น ตั้งแต่รัชสมัยพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 6 โดยท่านได้สร้างสรรค์ผลงานที่สำคัญไว้แก่ประเทศไทยมากมาย อาทิ พระบรมราชานุสาวรีย์สมเด็จพระนเรศวรมหาราช ณ จังหวัดสุพรรณบุรี อนุสาวรีย์สมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช ณ วงเวียนใหญ่ พระบรมราชานุสาวรีย์ปฐมกษัตริย์แห่งราชวงศ์จักรี ณ เชิงสะพานพระพุทธยอดฟ้า อนุสาวรีย์ท้าวสุรนารี ณ จังหวัดนครราชสีมา พระบรมราชานุสาวรีย์พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว ณ สวนลุมพินี ฯลฯ รวมถึงคุณูปการที่ท่านมอบให้กับวงการศิลปะของไทยที่หาค่ามิได้ เริ่มตั้งแต่การร่วมก่อตั้งโรงเรียนประณีตศิลปกรรม หรือ มหาวิทยาลัยศิลปากร ในปัจจุบัน ทั้งยังวางหลักสูตร สร้าง และส่งเสริมนักเรียนศิลปะที่ทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงของวงการศิลปะไทยสู่ศิลปะสมัยใหม่ จนท่านได้รับการยกย่องให้เป็นบิดาแห่งศิลปะสมัยใหม่ของประเทศไทย

มิเพียงเท่านั้นท่านยังสนับสนุนลูกศิษย์ที่มีความสามารถให้เดินทางไปศึกษาต่อยังต่างประเทศเพื่อนำวิชาความรู้ทางด้านศิลปะในหลากหลายแขนงมาส่งต่อสู่นักเรียนศิลปะของไทย อาทิ อาจารย์เฟื้อ หริพิทักษ์ ที่ได้เดินทางไปศึกษาศิลปะ ณ ประเทศอินเดียและอิตาลี เช่นเดียวกับ ศาสตราจารย์ชลูด นิ่มเสมอ ซึ่งได้รับทุนให้เดินทางไปศึกษาต่อ ณ ประเทศอิตาลีและอเมริกา ก่อนจะกลับมาก่อตั้งภาควิชาภาพพิมพ์ในปี พ.ศ. 2508 และภาควิชาศิลปะไทย ของคณะจิตรกรรมประติมากรรมและภาพพิมพ์ มหาวิทยาลัยศิลปากร ในปี พ.ศ. 2519 ซึ่งในกาลต่อมาลูกศิษย์จากคณะดังกล่าวได้สำเร็จการศึกษา และกลายเป็นอาจารย์สอนศิลปะและศิลปินที่มีชื่อเสียงมากมาย

ทางด้านชีวิตส่วนตัวที่นอกเหนือจากงานสอน อาจารย์ศิลป์ พีระศรี ได้ใช้ชีวิตอย่างเรียบง่ายในบ้านพักร่วมกับครอบครัว ที่ประกอบไปด้วย ภรรยา และลูก ๆ ทั้งสอง ภายในบ้านใกล้เชิงสะพานซังฮี้ อันถือเป็นบ้านหลังแรกของท่านเมื่อครั้งเดินทางมาเริ่มงานราชการในประเทศไทย ซึ่งบ้านหลังนี้นั้นอยู่ในส่วนเรือนหลังรองของพระยาบุรุษรัตนราชพัลลภ มหาดเล็กส่วนพระองค์ในพระบาทสมเด็จพระมงกุฏเกล้าเจ้าอยู่หัว เป็นสถาปัตยกรรมแบบตะวันตก โดยใช้ช่างทีมเดียวกับพระที่นั่งอนันตสมาคม ตัวอาคารมีการตกแต่งอย่างสวยงาม ภายใต้บรรยากาศที่ร่มรื่นจากต้นไม้และลมเย็น ๆ ที่พัดผ่านจากแม่น้ำเจ้าพระยาซึ่งอยู่ใกล้เคียง
ปัจจุบันแม้บ้านของอาจารย์ศิลป์ จะอยู่ในพื้นที่ของกรมตรวจสอบภายในทหารบก แต่บรรยากาศของสถานที่กลับมิได้เคร่งขรึม ราวค่ายทหารอย่างที่ใครหลายคนเข้าใจ ตรงกันข้ามที่พี่ทหารต่างให้การต้อนรับต่อแขกผู้มาเยือนบ้านของอาจารย์ฝรั่ง (พี่ ๆ ทหารเรียกอาจารย์ศิลป์กันแบบนั้น) เป็นอย่างดี ซึ่งหากท่านใดสนใจสามารถเข้าชมบ้านของอาจารย์ศิลป์ พีระศรี ได้ในทุก ๆ วันพุธ ระหว่างเวลา 09.00 -15.00 น. ซึ่งเริ่มเปิดให้เข้าชมแล้วตั้งแต่วันที่ 14 มกราคม 2560 ภายใต้ความร่วมมือของมหาวิทยาลัยศิลปากร กองทัพบก และสถานเอกอัครราชทูตสาธารณรัฐอิตาลี ประจำประเทศไทย ที่ต้องการอนุรักษ์พื้นที่อันทรงคุณค่าแห่งนี้ให้คงอยู่คู่กับหน้าประวัติศาสตร์ศิลป์ของไทยสืบไป

Leave a Response

Font Resize
X